วันที่แสนจะตื้นตันใจ ได้ผ่านไปอย่างสนุกสนาน
ได้เห็น คนที่รักตัวใหญ่ๆ เห็นแล้วอยากกอดจังแต่ หวังว่า
สักวัน ในวันที่ชีวิต ไม่ได้อยู่ในโลกนี้แล้วคงได้เจอกัน
วันที่ 17 หลังจากตื่นนอนด้วยเสียงทีวี จากน้องเจ้าเดิม
อากาศหนาวมาก ไม่อยากลุกออกจากผ้าห่มเลย ขนาดห่มผ้าก็ยังไม่หายหนาว
พออาบน้ำฝักบัว ก็ไม่อยากออกมากจากฝักบัวเลย อยากอยู่ในน้ำอุ่นตลอดไป 5555
หลังจากแต่งตัวกันเสร็จ ก็หาข้าวกินกันครับ บังเอิญไปเจอร้าน ขายเบเกอร์รี่ก่อน
ก็เข้าไปซื้อตามระเบียบ ซื้อเอาไว้ กินตอนกลางวัน หลังจากนั้น ก็ไปกิน MC
ไม่น่าเลย มาถึงที่ฮ่องกง กลับมากิน MC 5555
ดูชุดอาหารแล้วอยากกิน ชุดมักโรนี เพราะบ้านเราไม่มีขาย
แต่เค้าคงพูดไปเป็นว่า มันยังไม่เสร็จ ก็เลยบอกว่า หมด เลยเศร้ากันไป
พอทุกคนอิ่มกันแล้ว ก็ออกเดินทางไป ที่ วัดเจ้าแม่กวนอิม
ที่ต้องนั่ง รถไฟไปลงสถานี เซ็นทรัน และต่อรถเมล์ สาย 6
ไป ที่วัด ดีนะครับ ที่ลงถูกป้าย มัยอย่างนั้น ทางบนเขาชันมาก
และแต่ละ ป้ายมันก็ไกลกันมาก บ้านบนเขา สวยมากๆเลยครับ
เป็นบ้านของพวกคนมีอันจะกิน กันครับ เพราะฮวงจุ้ยดีมาก มีแต่บ้านหรูๆทั้งนั้นเลย
เห็นบ้านแถวนี้ แล้วอยากรวยจังจะได้มาซื้อบ้านแถวนี้อยู่ 555 มองลงมาก็เห็นทะเล
มีคอสเทนนิสด้วย มีสนามฟุตบอล แล้วก็มี สนามเบสบอล กีฬาที่อยากเล่น
แต่ไม่มีคนเล่นด้วย 555
พอลงป้ายแล้ว ก็จะเจอ ตึกนี้ครับ เป็นตึก ที่มีเรื่องเล่าว่า เมื่อสร้างเสร็จแล้วขายห้องไม่ได้เลย
แล้วเค้าก็ลองให้ซินแซ มาดูฮวงจุ้ย เค้าก็บอกว่า มันขวางทางมังกร ต้องเจาะช่องให้มังกรผ่าน
เค้าก็เลยเจาะตึกเป็น ช่องให้มังกรผ่าน แล้วก็ขายห้องให้หมดเลยครับ ก็แล้วแต่ความเชื่อนะครับ
ถ้าสังเกตุ จะเห็นช่องนะครับ
เมื่อเดินลง ไปตามทางเดิน
เลียบชายทะเลไปที่วัด จะเห็นวิวแบบนี้ครับ
ที่ข้างทาง ไปเจอกับ สนามเด็กเล่น เล็กๆเข้า
กระผม ก็อดไม่ได้ที่จะ ... ทำคนอื่นขายหน้า 5555
พอเล่นเสร็จแล้ว ก็เดินมาเจอฉากนี้ครับ คู่รัก จู๋จี๋กัน เป็นที่อิจฉา ยิ่งนัก 555
เดิน ผ่านคู่รักมานิดหน่อย
ก็เจอกันประตูวัดแล้วครับ
พอเดินเข้าวัด ก็จะเห็น เจ้าแม่กวนอิมองค์ใหญ่ ยืนตระหง่าน เป็นที่น่าเคารพ
พา Hide มาเที่ยวด้วย
ปลานี้ เค้าบอกว่า ถ้าโยนเงินเข้าปากได้
พรที่ขอจะสมหวัง แต่ก็นะครับ โยนไม่เข้า 555 แล้วน้องฝรั่งในรูป
ก็มาขอโยนด้วย น่ารักดี
พอถึงเวลาประมาณ บ่ายโมง
ก็พอกันกลับไปที่สถานี เซนทรัน เพื่อน้องอีก 2 คนจะไปที่ไลฟ์
เพื่อไปลงทะเบียน และซื้อของที่อยากซื้อเพิ่ม
ส่วนผมกับน้องอีกคน ก็ไปเดทกัน 5555 จริงๆแล้วลากน้องเค้าไปวัดนางชี
ที่อยากไป เพราะคราวที่แล้ว ที่ไปถ่ายรูป ก็ไม่ได้รูปมาเลย
คราวนี้ ก็เลยไปเดินถ่ายรูป แล้วก็ไปในส่วนที่ไม่ได้ไปคราวที่แล้ว
นี่คือทางเข้าสวนหนานหลิงครับ
ทางเดินเหมือนหลุดไปในหนังจีนเลย ตลอดทางก็มี กู่เจิง เล่นคลอ
แอบโรแม้น แต่อยากมาคอสมากกว่า 55
ปลาคลาฟ ตัวใหญ่กว่าขาผมอีก
น้องที่ไปด้วยบอกว่า อยากลองกินดู
แล้วก็เดินเล่นที่สวนเสร็จ
ข้ามไปอีกฝั่งครับ นี่คือทางเข้าวัดนางชีครับ
นี่คือ ต้นบอนไซ ที่มีออกลูกสีแดงเต็มต้นเลยครับ
น้องที่ไปด้วย ไม่รู้ว่าหิว หรือว่า อยากลอง ของแปลก 55
นี่คือโบสครับ
พอดีน้องที่ไปด้วย เค้าโดนรองเท้ากัด แล้วเจ็บเท้ามากๆ
เลยไม่ได้เดินเข้าไปในโบส เลยไปหาที่นั่งพักกัน แต่แล้ว
ก็ต้องเดินกันไกลเลย เพราะสวนใกล้ๆ ก็ มีคนนั่งที่เก้าอี้กันหมด
เลยเดินกลับมากที่ สถานีเพื่อนั่งพัก
และแล้ว น้องที่ไปด้วย ก็ง่วงนอนครับ เลยกลับที่พัก เพื่อนอนพักกัน
พอ 6.30 ก็พากันตื่นเพื่อไปที่ Symphony of light อีกครั้ง
ไปตอนนั้นคนก็เยอะแล้วครับไม่มีที่นั่งแล้ว
ผมก็เลยยืนอยู่หลังคู่ เกย์ ... เป็นคู่รักกันรึเปล่าไม่รู้ แต่น้องที่ไปด้วย
จิ้นไปแล้ว 5555
หลังจากนั้น ก็ไปซ๊อปกันที่ ม่องก๊อก อีกครั้ง
ช๊อปกันจนหมดเวลา เที่ยงคืน ก็กลับมาที่พักกันครับ
ประมาณเกือบ ตี 2ผู้แสวงบุญทั้งสอง ก็กลับมาเล่าเรื่องไลฟ์วันนี้ครับ
เวลาเกือบ ตี3 ก็พากันนอนครับ
วันที่ 18 วันสุดท้ายที่จะอยู่ ที่ฮ่องกงครับ
ตื่นกันสายเลยวันนี้ คนตื่นคนแรก ก็เจ้าเดิมครับ
น้องเค้าก็ปลุกด้วยวิธีเดิม แต่วันนี้ ได้ดูการ์ตูนด้วย กดหาการ์ตูนกันใหญ่
แต่ภาษาเนี่ยสิ 55 เหมือนจะรู้เรื่องเลย
ต่างคนต่างแพ๊คของกัน แต่ไอ้คนที่วุ่นวายที่สุดไม่ใช่ใคร ก็ผมเองครับ
ชุดคอส 2 ชุด โคต รองเท้าบูท 2 คู่ และอื่นๆอีก พระเจ้า ลูกจ๊ะเอามันยัดลงใน
กระเป๋าเดียวได้ยังงัย
พอแพ๊คของกันเสร็จ ก็ออกเดินทางไป เช๊คอิน กระเป๋ากันก่อน ที่สถานี Central
แล้วก็ไป เดินเที่ยว กันที่ วัด หวังต้าเซียน ครับ
ทางเข้าวัดประมาณนี้ครับ วันนั้น คนไปเยอะมาก ควัญธูปเยอะมาก
จนน้ำตาไหลเลยครับ น้องที่ไปด้วยก็เสี่ยงเซียมซีกัน
แล้วไปให้ร้านข้างนอก แปลให้ เจอคนไทยด้วยครับ
เค้าก็แปลให้ คิดตังค์ด้วย หลังจากนั้น
ก็เดินทางไปม่องก๊อกอีกครั้ง เพื่อตามเก็บสิ่งที่ยังไม่ได้ซื้อ
และแล้ว กิงที่เท้าเจ็บหนัก หลังจากเปลี่ยนรองเท้ากับผม
ก็ไม่ได้ช่วยอะไรให้ดีขึ้น ก็เลยขอตัว ไปนั่งรอ และผมกับน้องที่เหลือ
ก็พากันไปเดินช๊อปกันต่อ
หลังจากที่คนเยอะเหมือนมีของแจกฟรี ความอยากซื้อก็หายหมด
ก็เลยพากันไป หวั่นไจ๋ ที่ไม่เคยไป
ที่นี่มีรถลางด้วย เหมือนที่เคยเห็นในหนังเลย
พอถึงก็ไปเดินเล่นที่ตลาดที่นั้น ก็ได้ของถูกกันมาเป็นแถว
กิงที่ เดินเท้าเจ็บอยู่ตั่งแต่วันมา ก็ได้รองเท้า คู่ใหม่ 2 คู่ ในวันเดียวกันเพื่อเปลี่ยน
ดีใจกะน้องเค้าด้วย เพราะเจ็บมาหลายวันแล้ว
โชคดีเดินไปเจอร้านขายของเล่น ที่ลดราคาอยู่ครับ เลยได้กันไปคนละชิ้น 2 ชิ้น
เสร็จแล้ว ก็หาของกิน ต้องกิน MC อีกแล้วครับ เพราะแถวนั้นร้าน ปิดเกือบหมดแล้ว
เศร้าจริงๆ มันไม่อร่อยเลย
กินเสร็จ ก็พากันไปที่ สนามบินกันครับ
รูปสุดท้ายที่ฮ่องกงครับ
เพราะหลังจากที่ขึ้นรถไฟไป สนามบิน ก็สติหลุดกันหมด เพราะกลัว
ไปไม่ทันกัน
ฉิวเฉียดมากๆ ผมต้องวิ่งไปแลก เอาเงินในบัตร ปลาหมึกย่างให้ทุกคน
เพราะถ้าพากันวิ่งไปหมด ก็คงไม่ทัน จะยิ่งช้า
แล้วก็วิ่งไปที่เกต พระเจ้า ไม่ได้วิ่งไกลขนาดนี้ มานานแล้วนะเนี่ย
แทบตายครับ พอถึง หน้าเกต ก็นั่งหมดแรงกันเลย 555
และแล้ว ก็กลับมาไทย อย่างสวัสดิภาพ พอถึงไทย ได้ยินคนพูดไทยกัน
รู้สึกแปลกๆ แต่ก็แค่พักเดียวครับ ก็นะ ฟังแต่คนรอบข้างพูดแต่จีนกัน
เลยแอบชิน 555555
จบ ทริปแสวงบุญ สิ่งที่อยากทำก่อนตาย ก็ได้ทำไปอีกอย่างแล้วครับเย่ๆ
รูปนี้ลืมเอาลง 555 WE R XXXXXXXXXXX !!!
แล้วเจอกันใหม่คร้าบ
PS.1 ขอบคุณ น้องๆ ที่ร่วมทริปในครั้งนี้ด้วยนะครับ สนุกมากๆ
Thank you for Kit and Alex for every thing.
แล้วก็ขอบคุณ กิง ที่อุตสาห์ ไปเดิน ที่วัดด้วย ทั้งๆที่เจ็บขามากๆ
PS. พี่กุ๊กจ๊ะ มาอับช้าเพราะไม่สะบายไปหลายวัน อย่างอนกันนะ จุ๊บๆๆ
edit @ 7 Feb 2009 01:45:39 by lunasoulberry